สรุป! Generative AI คืออะไร ทำอะไรได้บ้าง นำไปใช้กับธุรกิจได้อย่างไร?
AI
สรุป! Generative AI คืออะไร ทำอะไรได้บ้าง นำไปใช้กับธุรกิจได้อย่างไร?
ปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial intelligence กำลังเปลี่ยนแปลงโลกของเราอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ ‘Generative AI’ หรือการเจน AI ที่ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือช่วยอำนวยความสะดวก แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจในยุคดิจิทัล ทั้งการตลาดและการสร้างสรรค์ผลงาน บทความนี้ Number 24 ผู้ให้บริการด้านลิขสิทธิ์คอนเทนต์ดิจิทัลที่ครบวงจร จะพาคุณไปเจาะลึกทำความรู้จักกันว่า สรุปแล้ว Generative AI คืออะไร มีหลักการทำงานอย่างไร ทำอะไรได้บ้าง พร้อมแนะนำวิธีนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างยั่งยืน
เทคโนโลยีสมัยใหม่ Generative AI คืออะไร
Generative AI หรือที่เรียกกันว่า Gen AI คือ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI: Artificial intelligence) ที่สามารถสร้างเนื้อหาใหม่ ๆ ได้เอง เช่น ข้อความ รูปภาพ วิดีโอ เสียง และโค้ด โดยใช้ข้อมูลที่มีอยู่มาเรียนรู้และสร้างเนื้อหาใหม่ที่มีความใกล้เคียงหรือสร้างสรรค์มากขึ้น เทคโนโลยีนี้มีบทบาทสำคัญในหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่การตลาด การพัฒนาเทคโนโลยี ไปจนถึงวงการศิลปะและความบันเทิง
การทำงานของ Generative AI
Generative AI หรือการเจน AI คือเทคโนลียีทันสมัยที่พัฒนามาจากโมเดล Deep Learning และ Neural Networks ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมาก โดยเฉพาะโมเดลที่เรียกว่า Generative Adversarial Networks (GANs) และ Transformer-based Models เช่น Chat GPT และ DALL-E โดยหลักการทำงานหลักของ Generative AI มีดังนี้
-
การเรียนรู้จากข้อมูลต้นแบบ (Training Data) : โมเดลได้รับข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อเรียนรู้โครงสร้าง รูปแบบ และความสัมพันธ์ของข้อมูล
-
การสร้างเนื้อหาใหม่ (Content Generation) : เมื่อได้รับคำสั่งหรืออินพุต โมเดลจะนำข้อมูลที่เรียนรู้มาใช้สร้างเนื้อหาใหม่ตามเงื่อนไขที่กำหนด
-
การปรับปรุงคุณภาพ (Fine-tuning & Reinforcement Learning) : ปรับแต่งโมเดลให้มีความแม่นยำและมีคุณภาพที่ดีขึ้นตามเป้าหมายที่ต้องการ
Generative AI vs AI ต่างกันอย่างไร
อ่านมาถึงตรงนี้ ทุกคนคงเข้าใจกันแล้วว่า Generative AI คือเทคโนโลยี AI ที่พัฒนามาจากโมเดล Deep Learning และ Neural Networks ทำให้ Generative AI และ AI มีความแตกต่างกันดังนี้
-
Generative AI : เน้นการสร้างเนื้อหาใหม่ โดยใช้ความสามารถในการเรียนรู้และสร้างสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อน เช่น การแต่งเพลง การสร้างภาพ และการเขียนบทความ
-
AI ทั่วไป (Traditional AI) : ใช้สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล ทำนายผล และตัดสินใจ เช่น AI ที่ใช้ในระบบแนะนำสินค้า หรือ AI ที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูลการเงิน
Generative AI มีอะไรบ้าง
Generative AI หรือการเจน AI สามารถสร้างเนื้อหาหลากหลายประเภทที่สามารถนำไปใช้ในธุรกิจและอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้ ในหัวข้อนี้เราจะมาไขข้อสงสัยกันว่า Generative AI มีอะไรบ้าง โดยแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ต่าง ๆ ตามประเภทของเนื้อหาที่สร้างขึ้น ได้แก่
Image Generation (รูปภาพ)
Generative AI สามารถสร้างและดัดแปลงรูปภาพได้ เช่น การสร้างภาพจากข้อความ (Text-to-Image) หรือการรีทัชและเพิ่มคุณภาพของภาพ สำหรับ Shutterstock AI ได้ยกระดับความสามารถในการสร้างภาพด้วยความร่วมมือที่สำคัญกับ OpenAI และเทคโนโลยี DALL-E ซึ่งเป็นการผสมผสานจุดแข็งของทั้งสองฝ่ายอย่างลงตัวในการ
โดยร่วมมือระหว่าง Shutterstock กับ OpenAI ที่มีความโดดเด่นในหลายด้าน การผสมผสานระหว่างความเชี่ยวชาญด้านเนื้อหาของ Shutterstock และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี AI ของ OpenAI ได้สร้างระบบ AI ที่ทรงพลังและตอบโจทย์การใช้งานจริงในทุกอุตสาหกรรม เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อภาพ หรือมองหา AI Stock Images ที่มีความปลอดภัยสูง เพื่อนำไปใช้เป็นรูปโฆษณา ภาพเชิงพาณิชย์ หรือสื่อบันเทิงต่างๆ นอกจากนี้ ยังสามารถใช้สำหรับการสร้างภาพประกอบโฆษณา การสร้างกราฟิกดีไซน์ ออกแบบโฆษณาสินค้าและการสร้างภาพที่สมจริงในอุตสาหกรรมเกมและแอนิเมชัน
Shutterstock AI คือ แพลตฟอร์มที่นำเทคโนโลยี Generative AI มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการคอนเทนต์ดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นภาพ วิดีโอ หรือเสียง แพลตฟอร์มนี้ถูกพัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของคลังข้อมูลมหาศาลจาก Shutterstock ซึ่งเป็นผู้นำในตลาดสื่อดิจิทัล ทำให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาและเข้าถึงคอนเทนต์ที่ตรงใจได้อย่างแม่นยำรวดเร็ว และถูกลิขสิทธิ์มั่นใจเรื่องการใช้งานเชิงพาณิชย์
รู้จัก Shutterstock AI ให้มากขึ้น : Shutterstock AI นวัตกรรมที่ช่วยให้คุณสร้างภาพได้รวดเร็วและสวยงาม
Code Generation (โค้ด)
Generative AI สามารถช่วยเขียน แก้ไข และปรับปรุงโค้ดได้ ด้วยการเจนโค้ดจาก AI ทำให้นักพัฒนาสามารถทำงานได้เร็วขึ้น ตัวอย่างเช่น Chat GPT, GitHub Copilot และ OpenAI Codex AI ประเภทนี้สามารถใช้ช่วยสร้างโค้ดอัตโนมัติ แก้บั๊ก และแนะนำวิธีการปรับปรุงโค้ด นอกจากนี้ ยังสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาแอปพลิเคชัน ซอฟต์แวร์ และ API ได้อย่างรวดเร็ว
Text Generation (ข้อความ)
Generative AI สามารถสร้างเนื้อหาข้อความได้หลายรูปแบบ เช่น บทความ โพสต์โซเชียลมีเดีย หรือดารเขียนอีเมล รวมถึงการสรุปข้อมูลและแปลภาษา ตัวอย่างเช่น ChatGPT, Geminiและ Claude AI และยังสามารถใช้สร้างคำบรรยายภาพ การสร้างบทสนทนาอัตโนมัติสำหรับแชทบอท และการช่วยเขียนเอกสารทางธุรกิจ เช่น รายงานและสคริปต์ สำหรับสายงานครีเอทีฟที่ต้องการปรับปรุงคุณภาพงานและช่วยให้งานเสร็จรวดเร็วมากขึ้น Generative AI คือตัวช่วยอันดับต้น ๆ ที่น่าสนใจ
Video & 3D Generation (วิดีโอและ 3D)
การเจน AI สามารถสร้างและแก้ไขวิดีโอ รวมถึงสร้างโมเดล 3D ที่สามารถใช้ในอุตสาหกรรมเกมและแอนิเมชัน นอกจากนี้ Generative AI ยังช่วยทำให้กระบวนการสร้างภาพยนตร์มีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ด้วยการสร้างฉากอัตโนมัติ รวมถึงการออกแบบโมเดล 3D สำหรับการผลิตสินค้าและจำลองสภาพแวดล้อมทางสถาปัตยกรรม
Speech Generation (เสียง)
การเจน AI สามารถสร้างเสียงที่มีความสมจริงและเลียนแบบน้ำเสียงของมนุษย์ได้ เช่น การสร้างเสียงพากย์ AI และการแปลงข้อความเป็นเสียงพูด ได้แก่ Google WaveNet, VALL-E นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ในอุตสาหกรรมบันเทิง เช่น การสร้างเสียงตัวละครในเกมหรือแอนิเมชัน การสร้างเสียงเลียนแบบนักพากย์ และการทำให้เสียงอ่านอีบุ๊คฟังดูเป็นธรรมชาติขึ้น
Generative AI อื่น ๆ
Generative AI ยังสามารถนำไปใช้ในงานอื่น ๆ เช่น การสร้างเพลง การออกแบบสินค้า และการสร้างโมเดลจำลองในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น การออกแบบเฟอร์นิเจอร์ การสร้างเมนูอาหารใหม่ และการใช้ AI เพื่อสร้างสูตรอาหารใหม่ ๆ ที่เหมาะกับความต้องการของผู้บริโภค สำหรับผู้ที่ต้องการสร้างแบรนด์และกำลังมองหาตัวช่วย Generative AI คือหนึ่งตัวเลือกที่ตอบโจทย์
ข้อดีของการใช้ Generative AI ในธุรกิจ
อย่างที่เราทราบกันว่า Generative AI คือ ตัวช่วยที่ทำให้การดำเนินงานในธุรกิจและอุตสาหกรรมต่าง ๆ มีความราบรื่นมากขึ้น โดยมีข้อดีที่ธุรกิจไม่ควรมองข้าม เช่น
-
ปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจ : Generative AI ช่วยลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการทำงาน เช่น การสร้างเอกสาร การออกแบบกราฟิก และการตอบคำถามอัตโนมัติ ทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินงานได้รวดเร็วขึ้น
-
สร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า : ธุรกิจที่ทำ Digital Marketing สามารถใช้ Generative AI ในการพัฒนาแชทบอท ระบบช่วยเหลืออัตโนมัติ ช่วยให้ลูกค้าได้รับการบริการตลอด 24 ชั่วโมง
-
สร้างสรรค์คอนเทนต์ใหม่ ๆ : Generative AI ช่วยนักการตลาดและครีเอทีฟผลิตบทความ รูปภาพ และวิดีโอที่น่าสนใจได้อย่างรวดเร็วและสม่ำเสมอโดยไม่ลดคุณภาพ
-
พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ : ธุรกิจสามารถใช้ Generative AI ในการออกแบบและพัฒนาสินค้า เช่น การสร้างโมเดลจำลองสินค้าและทดสอบการทำงานก่อนผลิตจริง ทำให้ลดต้นทุนและเพิ่มคุณภาพของผลิตภัณฑ์
-
ปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจอัตโนมัติ : Generative AI สามารถทำงานที่ซับซ้อนได้อัตโนมัติ เช่น การสร้างรายงานธุรกิจ การตรวจสอบเอกสาร ทำให้ธุรกิจทำงานได้เร็วขึ้น และลดข้อผิดพลาดจากมนุษย์ (Human Error)
-
ช่วยตัดสินใจจากข้อมูลได้แม่นยำขึ้น : AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมาก และนำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่ช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น เช่น การคาดการณ์แนวโน้มตลาด การบริหารสต็อกสินค้า
-
ปรับแต่งประสบการณ์ลูกค้าแบบเฉพาะบุคคล (Personalization) : Generative AI ช่วยให้ธุรกิจสามารถวิเคราะห์พฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าแบบเรียลไทม์ และสร้างข้อเสนอหรือเนื้อหาที่ตรงกับความสนใจของลูกค้าโดยอัตโนมัติ
-
เสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม : AI ไม่ได้แค่ช่วยงานซ้ำ ๆ แต่ยังสามารถสร้างสรรค์แนวคิดใหม่ ๆ เช่น การเจน AI เพื่อหาไอเดียสำหรับออกแบบโลโก้ การแต่งเพลง หรือแม้แต่การสร้างไอเดียใหม่ ๆ ให้กับแคมเปญการตลาด ทำให้ธุรกิจสามารถแข่งขันได้ดีขึ้นและสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง
ข้อควรระวังในการใช้งาน Generative AI
แม้ Generative AI จะมีประโยชน์มหาศาลและเข้ามาพลิกโฉมการทำงานในหลายอุตสาหกรรม แต่เทคโนโลยีนี้ก็ยังไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ องค์กรและผู้ใช้งานทั่วไปจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำความเข้าใจถึงข้อจำกัดและความท้าทายที่อาจเกิดขึ้น เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดในการนำไปใช้งานจริง ดังนี้
-
ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง (Hallucination) : ปรากฏการณ์ที่ AI ประมวลผลและสร้างชุดข้อมูลที่ดูน่าเชื่อถือและมีตรรกะรองรับ แต่ในความเป็นจริงแล้วกลับเป็นข้อมูลเท็จหรือไม่มีอยู่จริง ผู้ใช้งานจึงห้ามเชื่อถือผลลัพธ์แบบ 100% และจำเป็นต้องมีกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-check) จากแหล่งอ้างอิงที่เชื่อถือได้เสมอ เพื่อป้องกันความเสียหายทางธุรกิจ
-
การขาดความคิดสร้างสรรค์ที่แท้จริงและอารมณ์ความรู้สึก : แม้การเจน AI จะสามารถเนรมิตผลงานใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว แต่งานเหล่านั้นล้วนมาจากการประมวลผลและประกอบรวมข้อมูลเดิมที่มีอยู่ในฐานข้อมูลเท่านั้น AI ยังไม่สามารถเข้าใจบริบททางอารมณ์ ความเห็นอกเห็นใจ หรือมีความคิดสร้างสรรค์ที่ลึกซึ้งและซับซ้อนเทียบเท่ากับมนุษย์ได้
-
ความเสี่ยงด้านการละเมิดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า: AI generator บางแพลตฟอร์มไม่ได้เปิดเผยแหล่งที่มาของข้อมูลที่ใช้ฝึกโมเดลอย่างชัดเจน ทำให้ภาพที่ถูกสร้างขึ้นมีความเสี่ยงที่จะมี Pattern คล้ายคลึงกับผลงานที่มีลิขสิทธิ์อยู่แล้ว หรือมีองค์ประกอบที่ใกล้เคียงกับโลโก้ เครื่องหมายการค้า หรือคาแรกเตอร์ที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย โดยที่ผู้ใช้งานอาจไม่รู้ตัว หากนำภาพเหล่านี้ไปใช้ในเชิงพาณิชย์โดยไม่มีการตรวจสอบ อาจนำไปสู่ปัญหาการฟ้องร้องและความเสียหายทางกฎหมายที่มีมูลค่าสูงกว่าที่คาดคิด องค์กรจึงควรเลือกใช้แพลตฟอร์มที่มีความโปร่งใสเรื่องแหล่งข้อมูล และมีระบบ Indemnification รองรับ เพื่อลดความเสี่ยงนี้
ความปลอดภัยและจริยธรรมในการใช้ Generative AI
การนำ Gen AI มาขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนนั้น สิ่งที่องค์กรต้องให้ความสำคัญควบคู่ไปกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี คือเรื่องของความปลอดภัยทางไซเบอร์และหลักจริยธรรมในการใช้งาน การวางกรอบนโยบายที่ชัดเจนจะช่วยลดความเสี่ยงทางกฎหมายและรักษาความน่าเชื่อถือของแบรนด์ไว้ได้ โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้
-
ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล (Data Privacy) : องค์กรต้องระมัดระวังอย่างสูงสุดและหลีกเลี่ยงการป้อนข้อมูลที่เป็นความลับทางการค้า นโยบายภายใน หรือข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าลงในแพลตฟอร์ม AI แบบเปิดสาธารณะอย่างเด็ดขาด เนื่องจากข้อมูลความลับเหล่านั้นอาจถูกระบบบันทึกและนำไปใช้ฝึกฝนโมเดลต่อ ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกข้อมูลรั่วไหลสู่ภายนอก
-
ความลำเอียงของข้อมูล (Bias) : ระบบ AI มักจะแสดงผลลัพธ์ที่มีความลำเอียง เลือกปฏิบัติ หรือไม่เป็นธรรมได้ หากข้อมูลต้นแบบ (Training Data) ที่มนุษย์นำมาใช้สอนโมเดลนั้นมีความเอนเอียงทางความเชื่อ เชื้อชาติ หรือเพศซ่อนอยู่ ผู้ใช้งานจึงต้องใช้วิจารณญาณในการคัดกรองผลลัพธ์ก่อนนำไปใช้งานจริงเสมอ
-
ลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property) : การนำผลงานไม่ว่าจะเป็นข้อความ ภาพ หรือเสียงที่ได้จากการประมวลผลของ AI ไปใช้งานต่อในเชิงพาณิชย์ ผู้ใช้งานต้องทำการตรวจสอบเงื่อนไขการให้บริการของแต่ละแพลตฟอร์มอย่างละเอียด และเลือกใช้แพลตฟอร์มที่มีนโยบายคุ้มครองศิลปินต้นทาง การพัฒนา Generative AI ภายใต้แนวทาง Responsible AI เพื่อป้องกันปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น
รูปจาก Generative AI นำมาขายใน Shutterstock ได้ไหม
หลายคนอาจมีคำถามว่าภาพ AI ใช้เชิงพาณิชย์ได้ไหม แม้ว่าในปัจจุบันนี้ Shutterstock จะมีเทคโนโลยี AI ที่ใช้ในการสร้างผลงานภาพ แต่ทางแพลตฟอร์มยังไม่อนุญาตให้ศิลปิน หรือช่างภาพ อัปโหลดผลงานที่ถูกสร้างขึ้นด้วย Generative AI หรือมาจากการเจน AI เพื่อการใช้งานบนแพลตฟอร์ม โดยมีนโยบายที่ชัดเจนด้วยเหตุผลดังนี้
-
ตาม หลักเกณฑ์การส่งเนื้อหา และ ข้อกำหนดการให้บริการของผู้ร่วมสมทบ (Sections 13d และ 13f) Shutterstock ต้องการให้ผู้ส่งเนื้อหาสามารถพิสูจน์ความเป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ของเนื้อหาที่ส่งได้ เนื่องจากเนื้อหาที่สร้างโดย AI มักใช้ IP ของศิลปินหลายคน การเป็นเจ้าของจึงไม่สามารถกำหนดให้บุคคลใดบุคคลหนึ่งได้
-
Shutterstock ต้องการให้มั่นใจว่าศิลปินได้รับการชดเชยอย่างเหมาะสม หากผลงานของพวกเขาถูกใช้ในการฝึกโมเดล AI อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีโมเดล AI สร้างเนื้อหาหลากหลายในตลาด จึงไม่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาหรือการชดเชยศิลปินที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหานั้นได้
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Generative AI
การเจน AI สามารถแทนที่มนุษย์ในการทำงานได้ทั้งหมดหรือไม่
ไม่ได้ทั้งหมด Generative AI ถูกออกแบบมาให้เป็น "ผู้ช่วย" เพื่อลดระยะเวลาในการทำงานซ้ำซากจำเจ แต่ยังคงต้องการมนุษย์ในการป้อนคำสั่ง (Prompt) ตรวจสอบความถูกต้อง และตัดสินใจขั้นสุดท้าย โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้อารมณ์ความรู้สึกและวิจารณญาณ
ธุรกิจขนาดเล็กสามารถเข้าถึงและใช้งานการเจน AI ได้หรือไม่
สามารถทำได้ ปัจจุบัน Generative AI ไม่ได้จำกัดเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่ ธุรกิจทุกขนาดสามารถนำ AI มาช่วยสร้างภาพสินค้า คอนเทนต์สำหรับ Social Media วิดีโอ แบนเนอร์ หรือสื่อการตลาดได้ ช่วยลดเวลาและต้นทุนในการผลิตคอนเทนต์ อย่างไรก็ตาม ควรเลือกแพลตฟอร์มที่มีเงื่อนไขการใช้งานที่ชัดเจนและเหมาะกับการใช้งานเชิงพาณิชย์ เพื่อให้สามารถนำผลงานไปใช้ในธุรกิจได้อย่างมั่นใจ
การใช้ข้อความจาก AI ทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ มีข้อควรระวังอะไรบ้าง
ข้อควรระวังคือการได้เนื้อหาที่ซ้ำกับคนอื่น (Duplicate Content) หรือข้อมูลที่ไม่อัปเดต หากนำข้อความจาก AI มาใช้แบบ 100% โดยไม่ปรับแก้ อาจส่งผลเสียต่ออันดับ SEO ได้ จึงควรใช้ AI เป็นโครงร่าง และปรับปรุงเนื้อหาด้วยภาษาที่เป็นธรรมชาติโดยมนุษย์อีกครั้ง
หากต้องการภาพเจน AI เพื่อใช้ในการโฆษณาอย่างปลอดภัย ควรทำอย่างไร
เพื่อป้องกันปัญหาการฟ้องร้องด้านลิขสิทธิ์ ควรเลือกใช้ภาพจากแพลตฟอร์มที่มีการรับประกันและมีแหล่งที่มาของชุดข้อมูลที่โปร่งใส เช่น การสร้างภาพผ่าน Shutterstock AI ซึ่งข้อมูลที่นำมาฝึกฝนนั้นได้รับการยินยอมและให้ผลตอบแทนแก่ศิลปินต้นทางอย่างถูกต้อง
สรุป Generative AI
โดยสรุปแล้ว Generative AI หรือการเจน AI คือ เทคโนโลยีสำคัญที่กำลังเปลี่ยนแปลงโลกธุรกิจในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ การสร้างคอนเทนต์ หรือการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทำให้ธุรกิจที่สามารถนำ Generative AI มาใช้ได้อย่างเหมาะสม จะมีความได้เปรียบในตลาดและสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน
Number 24 x Shutterstock ผู้ให้บริการ Shutterstock แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ นำเสนอคอลเล็กชั่นภาพถ่าย ภาพประกอบ เวกเตอร์ วิดีโอ เพลง 3D และ AI ถูกลิขสิทธิ์ที่หลากหลายและครบครัน ประสบการณ์กว่า 20 ปีในธุรกิจลิขสิทธิ์ภาพ ช่วยให้คุณจัดการลิขสิทธิ์ได้อย่างมืออาชีพ พร้อมนำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแต่ละราย ให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ลูกค้าได้รับประโยชน์สูงสุดจากเทคโนโลยีและบริการที่ทันสมัย
ช่องทางการติดต่อ
Inbox : http://m.me/number24.co.th
LINE Official Account : https://line.me/R/ti/p/@klj9484n
Instagram : https://www.instagram.com/number24.co.th
Website : https://number24.co.th/
บทความคล้ายกัน
